มุสิกเศรษฐีได้ทรัพย์ครั้งนี้มาด้วยปัญญาโดยแท้


เขาได้ข่าวสารก่อนผู้อื่น..........  แล้วข่าวสารนี้เขาได้มาอย่างไร…….


ได้มาจากความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้คนทั่วไป ผู้ที่ให้ข่าวสารก็ไม่ได้ตั้งใจ


อยู่ที่ปัญญาของผู้รับฟังที่จะถอดรหัสข่าวสารออกมาเป็นวิธีการที่จะสร้างกำไร



...........................


อาจมีผู้สงสัยว่า เหตุใดมุสิกเศรษฐีไม่เป็นผู้ขายสินค้านั้นเองบ้าง


แทนที่จะขายให้พ่อค้าอื่นไปจนหมด  ก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก


สิ่งที่มุสิกเศรษฐีคิดก็คือ   เขาต้องรู้จักประมาณตนเอง  และรู้ว่าเมื่อใด


ควรจะจบเรื่อง  เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิต  เขารู้ว่าต้องมีเงินบ้างจึง


จะเจรจาจนกระทั่งทำให้นายเรือเชื่อถือและรับมัดจำไว้ แต่เขาก็ไม่ได้


มีเงินมากมายพอที่จะซื้อสินค้ามาไว้ในมือจำนวนมากได้  เขาเพียง


แต่กะเก็งความต้องการของพ่อค้าอื่นๆ และฉวยโอกาสเท่าที่โอกาส


เปิดให้เท่านั้น  อีกประการหนึ่ง เขาไม่ต้องการแข่งขันกับพ่อค้าอื่นๆ


ที่เขาขายสินค้านั้นๆ อยู่แล้ว  จะเป็นการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น


ตราบเท่าที่เขายังมีปัญญา เขาต้องหาทางก่อร่างสร้างตัวด้วยกิจการอื่น


ที่ได้ประโยชน์ต่อผู้อื่น และไม่เบียดเบียนผู้ที่ทำกิจการอยู่แล้ว



.....................


มุสิกเศรษฐีได้เงินมา 200,000 กหาปณะ ซึ่งมากมายล้นเหลือใน


ชีวิตของเขา  ถ้าเป็นเรา เราจะนำเงินนั้นไปทำอะไร ลองคิดกันดูนะคะ


............................


นี่เป็นวิธีใช้เงินของมุสิกเศรษฐี


เมื่อเขาได้เงินมานั้น ก็มาคิดได้ว่าที่เขามีทรัพย์ได้ถึงเพียงนี้


ก็เพราะท่านจุลลกะ เป็นผู้ชี้เรื่องหนูตาย  ทำให้เขาได้ความคิด


เขาควรมีกตัญญู  เขาจึงไปขอพบท่านจุลลกเศรษฐี แล้วแบ่งทรัพย์ให้ท่ากึ่งหนึ่ง


ในชั้นต้น ท่านเศรษฐีสงสัยว่า เขาแบ่งทรัพย์ให้ท่านทำไม


เขาจึงเล่าเรื่องนับแต่ได้หนูตายให้ฟัง  ท่านเศรษฐีได้รับฟังแล้วจึงพอใจ


ในความมีกตัญญูและรู้จักหาทรัพย์ของเขา จึงได้ยกธิดาให้เป็นภริยาของเขา


ทั้งสองสามีภรรยาก็ได้ทำงานมีกิจการของตนเอง เมื่อจุลลกเศรษฐีถึงแก่กรรม


พระราชาจึงแต่งตั้งให้มุสิกเศรษฐีเป็นเศรษฐีแห่งพาราณสีสืบมา

edit @ 15 Oct 2008 10:26:45 by (- - ")

Comment

Comment:

Tweet

แอบตามอ่านอย่างลับๆมานาน
จบซะแล้วเรื่องนี้

ขอบคุณมากๆนะครับ ที่เอาเรื่องดีๆแบบนี้มาให้อ่านกัน surprised smile

#1 By dawnbringerz on 2008-10-12 23:51