THE ONE

posted on 02 Dec 2008 18:35 by cyberblue
หมื่นตาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ จากนั้นไปต่อปริญญาโทและเอกที่ต่างประเทศ...เขาเรียนเก่งมากระดับเหรียญทอง เกียรตินิยมตั้งแต่เล็กจนโต

หมื่นตาเป็นคนสมองดี ชีวิตเหมือนเส้นกราฟที่พุ่งขึ้น
นั่นทำให้เขามั่นใจในตัวเอง... และคิดว่าเขารู้ทุกสิ่ง
เขาอ่านตำรามากมาย หลายหมื่นเล่ม
...วิถีของคนผู้เป็นเลิศ..!

วินาทีนั้น...หมื่นตาคิดว่า เขารู้ทุกอย่างเป็นอย่างดี
คนอื่นล้วนด้อยกว่าเขา ทั้งระดับการศึกษา...
การค้นคว้าข้อมูล ... การตัดสินใจ
และความเป็นเลิศทางวิชาการ

แล้ววันหนึ่ง...
พ่อของหมื่นตาก็บอกให้เขาเดินทางไปหาคุณตาของเขาที่บ้านนอก...

หมื่นตาไม่อยากไป เพราะคิดว่าคุณตาก็เป็นเพียงแค่คนแก่ ซึ่งไม่มีพลังชีวิตหลงเหลืออีกแล้ว ได้แต่ใช้ชีวิตไปเพียงวันๆ Rolling Eyes

แต่เขาก็ไป...
“ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก... พ่อให้ผมมาหาตาครับ”

ตาของหมื่นตาเป็นชายชรา อาศัยอยู่ในชนบทอับเงียบสงัด
ชื่อของเขาคือ “ไร้ตา”

“หวัดดีหลานชาย .. ไม่เจอกันนานเลยนะ”

ทั้งสองคนนั่งคุยกันอย่างยาวนาน...

หมื่นตาไม่คิดว่า ชายแก่คนนี้จะรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย
“ในเมื่อตารู้อะไรมากมาย กลับมาซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแบบนี้ไปทำไมละครับ?”

คุณตาผู้ชรายิ้ม และให้คำตอบแก่หลานชาย...
“ความรู้ในโลกนี้มีจำกัด เราไม่อาจเรียนรู้ทุกสิ่งได้ภายในช่วงอายุสั้นๆ ของเรา
สิ่งที่เราต้องรู้จักให้มากที่สุด ก็คือ ตัวตนของเรา ต่างหาก”

การอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าเราฉลาดกว่าคนอื่น
ปริญญาเป็นเพียงสิ่งสมมติเพื่อใช้วัดค่ามาตรฐานตามกฎเกณฑ์ของสังคม
แต่นั่นย่อมไม่ได้วัดว่า ใครเข้าใจชีวิตมากกว่ากัน

“วิชา” กับ “ปัญญา” นั้นแตกต่างกัน
อ่านเยอะ รู้เยอะ เห็นเยอะ ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น ผู้รู้ที่แท้จริง

“คนมีปัญญาสำหรับตา คือคนที่นอบน้อมถ่อมตน
รู้ว่าตนยังต้องเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย”

ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง ..หรือฉลาดไปซะทุกสิ่ง

เราอาจฉลาดเรื่องหุ้น .. แต่อาจปลูกข้าวไม่เป็น

เราอาจเป็นครูที่เก่งกาจ... แต่เราอาจสร้างบ้านไม่เป็น

ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนเกื้อผมลกัน
คนฉลาดและมีปัญญาจะอ่อนน้อมถ่อมตน
และพร้อมจะน้อมรับคำสอนของทุกคน
โดยไม่แบ่งว่าเขารวย-จน
หรือไปวัดว่าเขาจบการศึกษาระดับไหน

เปลือกภายนอกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฐานะ ระดับการศึกษา
ชาติตระกูล เส้นสาย อำนาจ วาสนา ฯลฯ ล้วนเป็นเพียงสิ่งลวงตา
ที่ไม่อาจทำให้เรารู้แจ้งแทงทะลุไปถึงหลักสัจธรรมของชีวิตได้

ทำไมยิ่งเรียนสูง เรากลับพบว่าคนเหล่านั้นก็ยังมีปัญหา ในการจัดการความทุกข์ของตัวเอง

ทำไมยิ่งฉลาด ยิ่งพบปัญหาต่างๆ รุมเร้า
แม้แต่จะยิ้มให้คนแปลกหน้ายังคิดระแวง
ทำอะไรก็คิดแต่จะเอาเปรียบคนอื่น
ไม่รู้จักการให้ คิดทุกอย่างเป็นเพียงแต่เรื่องของผลประโยชน์

คนเราตัดสินกันที่ “ความคิด” และ “ตัวตน” ของคนๆ นั้น
เราดูสิ่งที่เขามี “ภายใน” ไม่ได้วัดคุณค่าของคนจากสิ่งที่เขามีอยู่ “ภายนอก”

ทุกถ้อยคำของไร้ตาเสียดแทงเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของหมื่นตา ...
“คุณตาครับ ... ที่ผ่านมาผมโอหังกับความรู้ที่ผมมี
แท้จริงผมเป็นเพียงไอ้งั่งคนนึง”

ผมทำตัวเหมือน “ชาล้นถ้วย” ที่ใครก็ไม่อยากสอนอยากแนะนำ
ผมนี่มันงี่เง่ามากที่คิดว่าคนจนโง่ คนที่เรียนสูงๆ ถึงจะฉลาด
วันนี้ผมได้รู้แล้วครับ ว่าคนฉลาดที่แท้นั้นเป็นอย่างไร

“ผู้รู้ที่แท้” คือ ผู้ที่รู้จักตัวเอง
เราไม่ต้องไปวิจารณ์ใครหรอก ว่าเขาดี-เลวแค่ไหน
ย้อนมองส่องตน ดูแล “จิตใจและความคิด” ของตัวเราให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ

อย่าไปมัวคิดแต่เปลี่ยนแปลงโลก
เพราะเพียงแค่เราเปลี่ยนความคิดของตัวเอง
ครอบครัวของเราจะเปลี่ยน สังคมของเราจะเปลี่ยน
และในที่สุด... โลกก็จะเปลี่ยน

เปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือเลวได้ โดยที่เราไม่ต้องคอยก่นด่าคนอื่นว่าเลว
ไม่ต้องไปพิพากษาคนอื่นว่าโง่เง่าที่เขาคิดไม่เหมือนเรา Exclamation

คนทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์
ไม่มีใครทำให้เราต่ำต้อยได้ ถ้าเราไม่ยอมรับตัวเองว่าเราต่ำต้อยด้อยค่าจริงๆ

“หมื่นรู้.. มิสู้ปล่อยวาง”
หลายคนแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงของหมื่นตา เมื่อกลับจากบ้านคุณตาในวันนั้น

เขาเลิกใส่สูท และหันมาแต่งกายด้วยชุดอันเรียบง่าย
เขาใส่ใจที่จะฟังคนอื่นมากขึ้น และพูดให้น้อยลง
เข้าใจคนอื่นมากขึ้น และโกรธขึ้งน้อยลง


หมื่นตา... ไม่ได้แปลว่า รู้ไปซะทุกอย่าง
แต่ปล่อยวางทุกสิ่งที่รู้ ด้วยดวงตาแห่งความรู้แจ้ง
ด้วยดวงตาดวงเดียว
Tags: one 0 Comments

Comment

Comment:

Tweet